รายงานประจำปี 2551 NIA

วันที่เผยแพร่ 15 Jun 2015

“นวัตกรรม” ได้เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารการเปลี่ยนแปลง (change) โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการสร้างมูลค่า (value creation) ให้กับเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างก้าวกระโดด และยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาประเทศในยุคเศรษฐกิจโมเลกุล (molecular economy) เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดความเจริญก้าวหน้าทั้งในภาคเศรษฐกิจและภาคสังคมของประเทศ

ผู้แต่ง สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
แท็ก รังสรรค์นวัตกรรม การสร้างมูลค่า ธุรกิจชีวภาพ ธุรกิจเกษตรอินทรีย์

ขนาดไฟล์

6.1 MB

ดาวน์โหลด อ่าน

คำอธิบาย

รายงานผลการดำเนินงาน ประจำปี 2551 “นวัตกรรม” เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจฐานความรู้ โดยเฉพาะการสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ การบริการ หรือมุมมองใหม่ของรูปแบบธุรกิจบนฐานของเทคโนโลยี ธุรกิจ และสังคม ที่ส่งผลต่อความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ตลอดจนการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ดังนั้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) จึงได้กำหนดกรอบแผนการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาระบบนวัตกรรมของประเทศในสามแผนหลัก ได้แก่ 1) แผนยกระดับนวัตกรรม เพื่อการผลักดันให้เกิด “ธุรกิจใหม่” ภายในประเทศ 2) แผนส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรม โดยมุ่งสร้างความตื่นตัวและความใฝ่รู้ด้านนวัตกรรม และ 3) แผนสร้างองค์กรและระบบนวัตกรรม เพื่อสร้างระบบการบริหารจัดการนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา อันจะนำไปสู่การเกิด “ระบบนิเวศนวัตกรรมแห่งชาติ” ที่เข้มแข็ง สนช. บริหารงานภายใต้การกำกับดูแลของ “คณะกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ” ซึ่งได้วางกรอบนโยบายให้เป็นสำนักงานที่มีขนาดเล็กมาก เพื่อให้มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพสูง และจัดโครงสร้างการบริหารจัดการในแนวราบ โดยแบ่งการบริหารงานออกเป็นสามฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายบริหารโครงการนวัตกรรม ประกอบด้วยงานพัฒนาโครงการนวัตกรรม งานส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรม และงานนโยบายและประเมินผล ฝ่ายบริหารสำนักงาน ประกอบด้วยงานการเงินและบริหารทั่วไป งานพัฒนาทรัพยากรบุคคล และงานส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร และฝ่ายโครงการพิเศษ แม้ว่า สนช. จะได้กำหนดกลยุทธ์การดำเนินงานภายใต้สามแผนหลัก แต่ระยะเวลาที่ผ่านมา สนช. ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนในแต่ละปีโดยมุ่งเป้าหมายไปที่แต่ละกลยุทธ์ ซึ่งได้กำหนดให้ ปี พ.ศ. 2551 เป็นปีแห่งการร่วมรังสรรค์นวัตกรรม โดยการร่วมมือกับเครือข่ายวิสาหกิจนวัตกรรม อันประกอบด้วยหน่วยงานวิชาการ หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อการรังสรรค์นวัตกรรมที่เหมาะสมและมีศักยภาพต่ออุตสาหกรรมของประเทศ โดยเฉพาะการร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนา “นวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์” ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมคลื่นลูกใหม่เพื่ออนาคตของประเทศไทย ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ด้านอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพและธุรกิจเกษตรอินทรีย์ นอกจากนี้ สนช. ยังได้ร่วมกับเครือข่ายนวัตกรรมทั้งด้านวิชาการ การเงิน และการพัฒนาอุตสาหกรรม จำนวน 20 เครือข่ายเพื่อร่วมรังสรรค์ “นวัตกรรมรายอุตสาหกรรม” ในสาขาอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของประเทศ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจชีวภาพ (Bio-Business) กลุ่มอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศ (Eco-Industry) และกลุ่มการออกแบบและแก้ไขปัญหา (Design & Solutions) ในปีงบประมาณ 2551 โครงการนวัตกรรมที่ สนช. ได้ร่วมริเริ่มพัฒนาและให้การสนับสนุนร่วมกับภาคเอกชน มีจำนวนทั้งสิ้น 83 โครงการ โดยจำแนกออกเป็นโครงการในกลุ่มธุรกิจชีวภาพ 23 โครงการ กลุ่มอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศ 14 โครงการ และกลุ่มการออกแบบและแก้ไขปัญหา 46 โครงการ โดยมีวงเงินสนับสนุนทั้งในด้านวิชาการและการเงินรวม 49,670,270 บาท ซึ่งได้ก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 804,247,328 บาท ในด้านการส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรม สนช. ได้มุ่งกำหนดแผนการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาความใฝ่รู้ด้านนวัตกรรม การส่งเสริมความสำเร็จด้านนวัตกรรม และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านนวัตกรรม อาทิ หลักสูตร “การจัดการนวัตกรรมระดับบัณฑิตศึกษาโดย สนช. ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยรามคำแหง จัดหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตสาขา “การจัดการนวัตกรรม” และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดการเรียนการสอนในระดับมหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชา “ธุรกิจเทคโนโลยีและการจัดการนวัตกรรม” โดยนิสิตนักศึกษาลงทะเบียนเรียนรวมจำนวน 497 คน การจัดอบรมหลักสูตรการจัดการนวัตกรรมสำหรับผู้บริหาร(Innovation Management Course for Executives, IMEs) จำนวน 272 คน การอบรมสัมมนาเพื่อสร้างความใฝ่รู้และความตื่นตัวด้านนวัตกรรม จำนวน 2,951 คน การจัดงาน “ตลาดนัดนวัตกรรม” และงาน “INNOMAX” มีผู้เข้าชมงานทั้งสิ้น 7,000 คน รวมทั้งงานประชุมและนิทรรศการนานาชาติด้านพลาสติกชีวภาพและเชื้อเพลิงชีวภาพ (EcoInnovAsia 2008) นอกจากนี้ สนช. ยังได้ดำเนินกิจกรรม “รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ” ขึ้นเป็นปีที่สี่ ซึ่งมีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดจำนวน 407 ผลงาน ตลอดจนการเปิดตัว “สุดยอดธุรกิจนวัตกรรม” และการเปิดตัวหนังสือ “Thailand Top Innovative Companies 2008” เป็นต้น สำหรับการสร้างองค์กรและระบบนวัตกรรม สนช. ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาอันเป็นส่วนประกอบที่สำคัญยิ่ง ในการร่วมรังสรรค์นวัตกรรม โดยในปี พ.ศ. 2551 ได้ให้บริการที่ปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญาแก่ภาคเอกชน จำนวน 20 ราย ช่วยเหลือผู้ประกอบการในการยื่นคำขอรับสิทธิบัตรจำนวน 3 ราย และร่วมมือกับสมาคมนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา จัดการฝึกอบรมและสัมมนา เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านทรัพย์สินทางปัญญาในทุกไตรมาส นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับบัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ดำเนิน “โครงการสำรวจขีดความสามารถด้านนวัตกรรมของประเทศไทย (Innovation Capability Index: ICI) ประจำปี 2551 ตลอดจนการจัดสร้างอุทยานนวัตกรรม (Innovation Park) รวมทั้ง สนช. ยังได้ดำเนินงานเพื่อพัฒนาองค์กรนวัตกรรม ผ่านโครงการบริการแสวงหานวัตกรรม และโครงการเมธีส่งเสริมนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ในปีงบประมาณ 2551 สำนักงานฯ ยังได้ผ่านการประเมินผลระดับความสำเร็จของการดำเนินงานจากการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (Performance Assessment Rating Tool, PART) ตามขั้นตอนที่สำนักงบประมาณกำหนดเสนอต่อสำนักงบประมาณ ภายใต้ผลผลิต “เรื่องนวัตกรรมที่ได้รับการพัฒนาและสนับสนุนไปสู่เชิงพาณิชย์” ด้วยคะแนน 69.71 คะแนน (จาก 100 คะแนน) ซึ่งนับเป็นคะแนนสูงสุดในผลผลิตของหน่วยงานภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นอกจากนี้ เพื่อให้กรอบแนวทางการดำเนินงานของสำนักงานฯ สามารถนำไปสู่การส่งเสริมให้เกิดระบบนิเวศนวัตกรรมที่เข้มแข็งสนช. จึงได้กำหนดกรอบแผนการดำเนินงานสำหรับปี พ.ศ. 2552-2553 ให้เป็นกรอบแผนการดำเนินงานที่มีพลวัต (rolling plan) เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้จริง และสอดคล้องกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลกที่มีความผันผวนตลอดเวลาในนามของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ขอขอบคุณปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ คณะกรรมการตัดสินรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ และคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการนวัตกรรมชุดต่างๆ ที่ได้ให้ความช่วยเหลือแนะนำ นโยบายและแนวทางการดำเนินงานของสำนักงานฯ มาโดยตลอด รวมทั้งขอขอบคุณผู้บริหารสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และบุคลากรของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ทุกๆ ท่าน ที่ได้ให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวกในการดำเนินงานของสำนักงานฯ ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมแห่งชาติที่เข้มแข็งและส่งผลประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

ลิขสิทธิ์

Copyright 2008 by: สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี